|
การบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่
หรือ โทรไม่ขับ ว่า ตามที่ได้มีการแก้ไข
พ.ร.บ.จราจรทางบก(ฉบับที่8) พ.ศ. 2551 มาตรา 43
การบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่
หรือ โทรไม่ขับ ว่า ตามที่ได้มีการแก้ไข
โดยมีการเพิ่มข้อบังคับใน (9) ของมาตรา 43 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก
พ.ศ.2522 โดยมีสารสำคัญระบุว่า
ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
ต้องไม่ใช้ในเวลาที่ขับรถ
เว้นแต่ใช้อุปกรณ์เสริม
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับตั้งแต่
400-1,000 บาท
ทั้งนี้มีผลบังคับใช้หลังจากพ้น 90 วัน
นับตั้งแต่วันที่ออกประกาศ คือประมาณวันที่ 8
พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป
กฎหมายดังกล่าวบัญญัติขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เพราะจากการวิจัยในหลายประเทศพบว่า
การใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะ
มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติ ถึง
4 เท่า
แต่หากบังคับใช้เลยประชาชนก็จะรู้สึกไม่สะดวกสบายเช่นเดิม
จึง มีความเห็น
การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
โดยตั้งแต่วันที่ 8 -19 พ.ค.
หากพบว่ามีการฝ่าฝืนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
ก็จะใช้วิธีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่ไปก่อน
โดยยังไม่ออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ
แต่หากหลังจากวันที่ 19 พ.ค.ไปแล้ว
ยังพบว่ามีการฝ่าฝืนใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่อยู่
แม้กระทั่งรถติดไฟแดงแล้วสนทนาทางโทรศัพท์ก็ถือว่าผิดกฎหมายหากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ก็ต้องจอดรถบริเวณไหล่ทาง
หากฝ่าฝืนก็จะดำเนินการอย่างจริงจัง
และเข้มงวดกวดขันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
โดยจะทำการออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ
ตามการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร
|