พระราชบัญญัติกฎหมายห้ามโทรศัพท์ขณะขับขี่

อันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับขี่รถยนต์
           โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด  เนื่องจากมีความสะดวกใช้และราคาไม่แพง  จึงมีผู้ซื้อหามาใช้กันมากการมีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้งานจึงสร้างความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารได้เป็นอย่างดีสามารถใช้งานได้เกือบทุกพื้นที่และทุกเวลา  จึงพบเห็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต่างกรรมต่างวาระกัน  แต่ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงก็คือการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์  ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรงหรือการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหูฟังก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่รถยนต์เช่นกัน          
 

           เมื่อไม่นานมานี้รองศาสตราจารย์เดวิด สเตร์เยอร์  แห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐอเมริกา  ได้ศึกษาการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์  โดยใช้กลุ่มอาสาสมัครจำนวน 20 คน  พบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์จะมีผลทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลง หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ช้ากว่าปกติ ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์แต่ใช้หูฟังหรือสมอลทอล์ก(smalltalk)  แทนการถือโทรศัพท์นั้น   อาสาสมัครร้อยละ  40   ถือว่าเป็นความผิดเช่นเดียวกับการใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรง   และร้อยละ 90 ให้ความเห็นว่าการใช้หูฟังหรือสมอลทอล์กจะดีกว่าการใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรง
           อย่างไรก็ตามเมื่อทดสอบสภาพการมองเห็นโดยให้อาสาสมัครขับขี่รถยนต์พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหูฟัง  พบว่าอาสาสมัครเหล่านี้ไม่สามารถจดจำสิ่งที่มองเห็นได้เลย  รวมทั้งสัญญาณจราจรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนถนนและรถยนต์คันอื่นๆ เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่ได้ให้ความเอาใจใส่ต่อการมองเห็น เพราะสมาธิต่าง ๆ จะอยู่ที่การพูดคุยทางโทรศัพท์มากกว่าสิ่งอื่น
      ส่วนในประเทศสวีเดนก็ได้มีการศึกษาการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหูฟังขณะขับขี่รถยนต์เช่นกัน  โดยใช้อาสาสมัคร  จำนวน  48  คน และใช้อุปกรณ์จำลองการขับขี่รถยนต์  แบ่งอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกให้ขับขี่รถยนต์พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่มีหูฟังและกลุ่มที่สองให้ขับขี่รถยนต์พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหูฟัง ทั้งนี้อาสาสมัครแต่ละกลุ่มจะต้องขับรถยนต์ไปตามถนนสายต่าง ๆ นาน 90  นาที  และระหว่างนี้ให้รับโทรศัพท์จากบุคคลอื่น  ๆ  รวม  10  ครั้ง   พบว่าผลการทดสอบจะไม่แตกต่างกันระหว่างอาสาสมัครทั้งสองกลุ่มแสดงให้เห็นว่าการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์ไม่ว่าจะเป็นแบบมีหูฟังหรือการใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรงก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในทุกกรณี
      ในปัจจุบันประเทศพัฒนาในทวีปยุโรปได้มีกฎหมายบังคับห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์ในทุกกรณีแล้ว เพราะได้มีการพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรงในขณะขับขี่รถยนต์ แต่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหูฟังในขณะขับขี่รถยนต์ได้
      สำหรับในประเทศไทยก็มีการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลายและก็พบเห็นผู้ขับขี่รถยนต์ใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรงหรือใช้หูฟังในขณะขับขี่รถยนต์กันค่อนข้างมาก  จึงถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ  เช่นกัน  การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งมิใช่เป็นความสูญเสียเฉพาะผู้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่อาจทำให้บุคคลอื่นต้องสูญเสียทรัพย์สินหรือเสียชีวิต รวมทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการที่อยู่ตามท้องถนนอีกด้วย จึงขอให้ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกท่านได้กรุณาใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากที่สุด และขอให้ใช้โทรศัพท์มือถือเฉพาะเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ถ้าหากต้องใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานในขณะขับขี่รถยนต์ก็ควรจะจอดรถยนต์ข้างทางหรือบริเวณปั๊มน้ำมันเพื่อพูดธุระต่าง ๆให้เสร็จเรียบร้อยจึงขับขี่รถยนต์ต่อไป ถ้าหากทำได้เช่นนี้ก็จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยทั้งกับตนเอง บุคคลอื่นและทรัพย์สินของทางราชการด้วยครับ
 

การบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ หรือ โทรไม่ขับ ว่า ตามที่ได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก(ฉบับที่8) พ.ศ. 2551 มาตรา 43

      การบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ หรือ โทรไม่ขับ ว่า ตามที่ได้มีการแก้ไข  โดยมีการเพิ่มข้อบังคับใน (9) ของมาตรา 43 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยมีสารสำคัญระบุว่า ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องไม่ใช้ในเวลาที่ขับรถ  เว้นแต่ใช้อุปกรณ์เสริม ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท    ทั้งนี้มีผลบังคับใช้หลังจากพ้น 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกประกาศ คือประมาณวันที่ 8 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป  กฎหมายดังกล่าวบัญญัติขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะจากการวิจัยในหลายประเทศพบว่า การใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติ ถึง 4 เท่า แต่หากบังคับใช้เลยประชาชนก็จะรู้สึกไม่สะดวกสบายเช่นเดิม จึง มีความเห็น การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตั้งแต่วันที่ 8 -19 พ.ค. หากพบว่ามีการฝ่าฝืนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ก็จะใช้วิธีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่ไปก่อน โดยยังไม่ออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ  แต่หากหลังจากวันที่ 19 พ.ค.ไปแล้ว ยังพบว่ามีการฝ่าฝืนใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่อยู่ แม้กระทั่งรถติดไฟแดงแล้วสนทนาทางโทรศัพท์ก็ถือว่าผิดกฎหมายหากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ก็ต้องจอดรถบริเวณไหล่ทาง หากฝ่าฝืนก็จะดำเนินการอย่างจริงจัง และเข้มงวดกวดขันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะทำการออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจ ตามการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร
 

1 June 2008 by Kamonwan
บริษัท นครชัยขนส่ง จำกัด 140 ถ.ไชยณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
Tel. (66)(044) 242545, 244545